Tuesday, March 16, 2010

Archive for the ‘Business’ Category

หลังจากมีข่าวรั่วบนพันทิปดอทคอมระบุว่า ดีแทค (DTAC) โอเปอเรเตอร์เบอร์ 2 ของประเทศไทยเตรียมนำโทรศัพท์มือถือแบล็กเบอร์รี่ (Blackberry) เข้ามาทำตลาดเช่นเดียวกับคู่แข่งอย่างเอไอเอส (AIS) และทรูมูฟ (TrueMove) ช่วงตุลาคมปีนี้ ล่าสุดแหล่งข่าวในวงการโทรคมนาคมเชื่อว่าดีแทคจะขายแบล็กเบอร์รี่ในราคาที่ ถูกกว่าเอไอเอสได้จริง ซึ่งไม่น่าแปลกใจเพราะแบล็กเบอร์รี่สาขาแม่มีแผนปรับราคาเพื่อรุกตลาดคอนซูเมอร์อยู่แล้ว

แหล่งข่าวในวงการโทรคมนาคมให้สัมภาษณ์ถึงกรณีข่าวลือเรื่องดีแทค เตรียมนำแบล็กเบอร์รี่เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยว่า มีความเป็นไปได้สูงเนื่องจากดีแทคมีแผนนำเครื่องเข้ามาจำหน่ายอยู่แล้ว เชื่อว่าดีแทคน่าจะผ่านพ้นช่วงเจรจาและอยู่ระหว่างการทดสอบบริการในขณะนี้ ทำให้ข่าวลือแพร่สะพัดไปบนอินเทอร์เน็ต

” การนำแบล็กเบอร์รี่เข้ามาจำหน่ายนั้นต่างจากการนำเข้าโทรศัพท์มือถือทั่วไป โอเปอเรเตอร์รายใดที่ต้องการนำแบล็กเบอร์รี่เข้ามาจำหน่ายจะต้องประสานงาน กับแบล็กเบอร์รี่สำนักงานใหญ่ที่แคนาดา ต้องมีการทดสอบบริการของแบล็กเบอร์รี่หลายตัว ซึ่งเหล่านี้ต้องใช้เวลา เชื่อว่าดีแทคจะสามารถเริ่มจำหน่ายได้ในช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคมตามข่าว ที่ออกมาจริง”

แบล็กเบอร์รี่เป็นสมาร์ทโฟนที่มีจุดเด่นคือฟังก์ชันรับส่งอีเมล เป็นตลาดใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมไม่น้อยหน้าโทรศัพท์มือถือเล่นอินเทอร์ เน็ตอย่างไอโฟน (iPhone) ของแอปเปิล ข่าวลือที่ถูกโพสต์ในพันทิปดอทคอมระบุว่า การทำตลาดโทรศัพท์มือถือรับส่งอีเมลนามแบล็กเบอร์รี่ของดีแทคในครั้งนี้จะ เป็นความร่วมมือกับโวดาโฟน (Vodafone) โดยย้ำว่าดีแทคมีแผนทำตลาดในราคาที่ต่ำกว่าเอไอเอส เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ได้ง่ายกว่า

” น่าจะราคาถูกกว่าเอไอเอส อาจจะราคาใกล้ๆกับมาบุญครอง ไม่น่าแปลกใจเพราะแบล็กเบอร์รี่มีนโยบายเข้าสู่ตลาดคอนซูเมอร์มากขึ้นอยู่แล้ว ยังไงราคาเครื่องก็ต้องถูกลง”

แหล่งข่าวชี้ว่า เอไอเอสมีโอกาสลดราคาแบล็กเบอร์รี่ลงได้น้อยเนื่องจากกลไกการเก็บสต็อกสินค้า เอไอเอสอาจจะมีต้นทุนค่าเครื่องตามราคาสั่งซื้อสินค้าในขณะนั้น เท่ากับเอไอเอสอาจต้องยอมขาดทุนหากต้องการจะลดราคาลง

ข้อมูลจากแหล่งข่าวรายนี้มีความเป็นไปได้สูง เนื่องจากก่อนหน้านี้ Jim Balsillie ซีอีโอร่วมบริษัทอาร์ไอเอ็ม (RIM) ผู้ผลิตแบล็กเบอร์รี่ออกมาให้ข้อมูลผลประกอบการช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ที่ผ่านมา ว่า 80% ของผู้ใช้แบล็กเบอร์รี่รายใหม่นั้นเป็นกลุ่มที่ไม่ใช่นักธุรกิจ ระบุชัดเจนว่าเป็นทิศทางที่อาร์ไอเอ็มจะพุ่งเป้าอย่างจริงจังหลังจากประสบ ความสำเร็จในตลาดนักธุรกิจมานานหลายปี โดยแบล็กเบอร์รี่ตั้งเป้าหมายจำนวนเครื่องใหม่ที่จะจำหน่ายในไตรมาสหน้าไว้ ที่ระหว่าง 8.1-8.7 ล้านเครื่อง ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์เชื่อว่าอาร์ไอเอ็มจะจำหน่ายได้ 8.5-8.9 ล้านเครื่อง

ที่สำคัญ เดือนกันยายน-ตุลาคมที่ดีแทคอาจวางจำหน่ายแบล็กเบอร์รี่นั้น เป็นช่วงเวลาที่สื่อต่างประเทศเชื่อว่าอาร์ไอเอ็มจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ตระกูล BlackBerry Storm รุ่นที่สอง ที่จะรองรับการเชื่อมต่อเครือข่ายข้อมูลไร้สายไว-ไฟ (Wi-Fi) ซึ่งไม่มีใน Storm เวอร์ชันแรกที่เอไอเอสวางจำหน่ายอยู่

นี่อาจเป็นผลงานรูปธรรมชิ้นแรกหลังการเซ็นสัญญาเป็นพันธมิตรด้านการตลาดระหว่าง ดีแทคและโวดาโฟนเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ครั้งนั้นดีแทคระบุว่า โวดาโฟนจะใช้เครือข่ายของดีแทคในการให้บริการโรมมิ่งทั้งด้านเสียง (voice) และข้อมูล (data) แก่ลูกค้าของโวดาโฟนที่เดินทางมาประเทศไทย ขณะเดียวกัน โวดาโฟนจะให้บริการโรมมิ่งที่มีประสิทธิภาพทั้งด้านเสียงและข้อมูลแก่ลูกค้า ดีแทคที่เดินทางไปยังประเทศต่างๆ กว่า 67 ประเทศทั่วโลก

ผู้บริหารดีแทค ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใดๆต่อข่าวลือนี้ ซึ่งมีการประเมินว่า ตลาดรวมแบล็กเบอร์รี่ในประเทศไทยขณะนี้มีจำนวนประมาณ 2 หมื่นเครื่องเท่านั้น

ขอขอบคุณ - TELECOM

บริษัทไอทีระดับโลกปลดคนอีกระลอกใหญ่ ล่าสุดผู้ผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์สัญชาติอเมริกันอย่างไมครอน (Micron) ประกาศแผนปลดพนักงงานราว 2,000 คน ขณะที่บริษัทร่วมทุนผลิตชิปหน่วยความจำระหว่างเอเอ็มดีและฟูจิตสึนามสแปนชัน (Spansion) เตรียมปลดพนักงาน 3,000 คน พร้อมๆกับยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือโลกอย่างโนเกีย (Nokia) ประกาศแผนเลิกจ้างพนักงานอีก 1,000 คน

ไมครอนระบุว่าการเลิกจ้างพนักงานครั้งนี้มาจากการแผนการยุติการผลิต ชิปดีแรม (dynamic random-access memory หรือ DRAM) ขนาด 200 มิลลิเมตรในโรงงานรัฐไอดาโฮ ซึ่งจะเป็นผลให้พนักงานกว่า 500 ถูกเลิกจ้างโดยทันที และจะขยายจำนวนเป็น 2,000 รายภายในช่วงปลายปีการเงินปัจจุบันของไมครอน (ราวเดือนสิงหาคม)

พนักงานไมครอน 2,000 คนที่กำลังจะถูกลอยแพนั้นคิดเป็นสัดส่วน 15 เปอร์เซ็นต์จากพนักงานทั้งหมด 23,500 คน ไมครอนคาดว่าจะต้องสูญเงินชดเชยราว 50 ล้านเหรียญ แต่จะสามารถลดค่าใช้จ่ายลงได้ 150 ล้านเหรียญต่อปี

คู่แข่งของไมครอนนามสแปนชัน ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างเอเอ็มดี (AMD) และฟูจิตสึ (Fujitsu) ก็ประกาศแผนเลิกจ้างพนักงาน 3,000 คนในเวลาใกล้กัน คิดเป็นสัดส่วน 35 เปอร์เซ็นต์ของพนักงานทั้งหมด โดยให้เหตุผลว่าทำไปเพื่อลดการผลิตและลดต้นทุนบริษัท

วันเดียวกันโนเกียก็ประกาศปรับโครงสร้างองค์กร โดยเสนอให้พนักงาน 1,000 คนเป็นอาสาสมัครลาออกจากงาน หวังลดค่าใช้จ่ายองค์กรและลดความซ้ำซ้อนในการจ้างงาน โนเกียจะเปิดโครงการอาสาสมัครลาออกนี้ไปจนถึงเดือนพฤษภาคมนี้ บนเป้าหมายประหยัดค่าใช้จ่ายให้ได้ 700 ล้านยูโรต่อปี

เรียบเรียงจากเอเอฟพี

Related Posts with Thumbnails